นอกจากพุทธอุทยานลุมพินีวัน มหามายาเทวีวิหาร เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช สระสรงสนานแล้วนั้น ภายในลุมพินีวันยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ สำหรับผู้มีจิตศรัทธา นักโบราณคดี นักวิชาการ รวมถึงนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น หอประชุมสันติภาพโลกอูถานต์ พิพิธภัณฑ์ ซากปรักหักพังของโบราณสถาน สถาบันวิจัย และหอสมุด เขตวัดวารามของนานาชาติ ทั้งสายมหายาน(Mahayana)
โบราณสถานในสวนลุมพินีในสภาพแวดล้อมที่มีความหมายทางวัฒนธรรมและมีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาของสวนลุมพินี และ สายเถรวาท (Theravadas) พื้นที่ป่า วิหาร ศูนย์ปฏิบัติกรรมฐาน สำนักงานเพื่อการพัฒนาลุมพินีวัน อีกทั้งยังสามารถไปเยี่ยมชมเมืองใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น กปิลวัสตุหรือกบิลพัสดุ์ (Kapilavastu)โกติหาวา (Gotihawa)เทวะดะหะ (Devadaha)รามะคราม (Ramgram)รวมถึงโบราณสถานและสถานที่ทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า
รัฐบาลเนปาลแนะนำให้นักแสวงบุญ และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีความประสงค์จะท่องเที่ยวเยี่ยมชม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการประสูติของพระพุทธองค์ เพื่อความเจริญก้าวหน้า เดินทางไปยังกรุงกาฐมานฑุ, ลุมพินี ตลอดจนเยี่ยมชมสถานที่อื่นๆ อันเกี่ยวข้องกับการประสูติและชีวิตในวัยเด็กของพระองค์ และเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังสถานที่อื่น อาทิ สถานที่ตรัสรู้, สถานที่ปฐมเทศนา และสถานที่มหาปรินิพพาน
ลุมพินีวัน: สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ลุมพินีวันสังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า-ศาสดาผู้ประกาศพุทธธรรมและนำสันติภาพมาสู่เอเชีย ผู้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 623 ปี ก่อนคริสต์กาล ลุมพินีวันได้นำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนับล้านคนทั่วโลก เปรียบได้กับปศุปฏินาถ (กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล) สำหรับผู้นับถือศาสนาฮินดู เยรูซาเล็ม สำหรับคริสตศาสนิกชน และนครเมกกะ สำหรับมุสลิม ลุมพินีวันตั้งอยู่บนที่ราบทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเนปาล และบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาจุเรีย ลุมพินีวันและบริเวณโดยรอบ ยังคงความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยฝูงปศุสัตว์ และพื้นที่เกษตรกรรม ในทางประวัติศาสตร์ ครั้งสมัยพุทธกาลสถานที่แห่งนี้ได้ถูกบรรยายไว้ว่าเป็นอุทยานที่สวยสดงดงาม ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่งความงดงามที่มีมายาวนานนี้ยังคงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาหลายเล่มได้บรรยายประวัติการประสูติของพระพุทธเจ้าในวันเพ็ญวิสาขะ เดือน6 ตามปฏิทินทางจันทรคติไว้อย่างน่าสนใจว่า ภายหลังจากที่พระองค์ทรงบำเพ็ญบารมีตามวัฏสงสารในภพภูมิก่อนๆแล้วนั้น ในภพภูมิสุดท้ายพระองค์ได้เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดุสิต และจุติในพระครรภ์ของพระนางมหามายาเทวี หรือพระนางสิริมหามายา คืนหนึ่งพระนางสิริมหามายาทรงพระสุบินนิมิต(ฝัน)ว่า แท่นบรรทมของพระองค์ได้ถูกยกขึ้นไปวางไว้ใต้ต้นสาละ ณ ยอดเขาหิมาลัย หลังจากนั้นมีผู้ทูลเชิญพระองค์ไปชำระพระวรกายในทะเลสาบมานาซาโรวาร์ เพื่อชำระล้างมลทินแห่งมนุษย์ |